ลาออก (Resignation)
เมื่อแสดงเจตนาลาออก แล้วจะถอนไม่ได้ ยกเว้นนายจ้างยินยอม
การยื่นใบลาออกถือเป็นการแสดงเจตนาฝ่ายเดียว มีผลเมื่ออีกฝ่ายคือนายจ้างได้รับทราบการแสดงเจตนานั้น แต่ถ้าเป็นการเจตนาต่อนายจ้างที่อยู่ห่างโดยระยะทางการลาออกเป็นผลเมื่อการแสดงเจตนาไปถึงภูมิลำเนาของนายจ้าง เมื่อลูกจ้างแสดงเจตนาลาออกและนายจ้างได้รับทราบเจตนาดังกล่าวแล้ว ลูกจ้างจะถอนการแสดงเจตนาโดยที่อีกฝ่ายไม่ยินยอมไม่ได้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 386 เช่น
ลูกจ้างยื่นหนังสือลาออกเมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2540 ระบุให้การลาออก มีผลตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2540 ต่อมาวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2540 ลูกจ้างยื่นหนังสืออีกฉบับต่อนายจ้าง ขอยกเลิกหนังสือลาออก การยื่นหนังสือฉบับหลังนี้ไม่มีผลเป็นการยกเลิกหนังสือลาออกจากงาน หนังสือลาออกจากงานยังคงมีผล ต่อไป การลาออกจึงมีผลทำให้สัญญาจ้างสิ้นสุดลงตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2540 ตามความประสงค์ของลูกจ้าง ถือว่าสัญญาสิ้นสุดลงด้วยการลาออก (คำพิพากษาฎีกาที่ 1900/2542)
ในทำนองเดียวกัน ลูกจ้างยื่นใบลาออกต่อกรรมการผู้จัดการใหญ่ของบริษัทนายจ้าง ต่อมาลูกจ้างมีจดหมายอิเล็กทรอนิกส์แสดงเจตนาถอนการลาออก แต่นายจ้าง มีจดหมายอิเล็กทรอนิกส์แจ้งให้ลูกจ้างส่งใบลาออกมาใหม่ พฤติการณ์ดังกล่าวไม่ใช่เรื่องนายจ้างกับลูกจ้างตกลงให้ลูกจ้างถอนใบลาออกหรือยับยั้งการลาออกของลูกจ้างแต่เป็นเพียงเรื่องที่นายจ้างให้ลูกจ้างปฏิบัติตามขั้นตอนและระเบียบภายในของนายจ้างเพื่ออนุมัติการลาออก หนังสือลาออกจึงยังมีผลบังคับอยู่ และการที่นายจ้างยึดเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ให้ลูกจ้างไว้ใช้ในการทำงานคืนนั้น ก็เป็นเพราะใกล้วันที่หนังสือลาออกของลูกจ้างจะมีผลแล้ว จึงมิใช่กรณีนายจ้างเลิกจ้างลูกจ้าง (คำพิพากษาฎีกาที่ 4048/2561)
อย่างไรก็ดี หากนายจ้างยังต้องการจ้างลูกจ้างทำงานต่อไป นายจ้างอาจแสดงเจตนายินยอมให้ลูกจ้างถอนใบลาออกได้ ความสัมพันธ์ระหว่างนายจ้างและลูกจ้าง ก็จะดำเนินต่อไปไม่สิ้นสุดลง

