บริการของเรา
เรามุ่งมั่นให้บริการแบบครบวงจร ครอบคลุมทั้งด้านกฎหมาย บัญชี ภาษี และการพัฒนาองค์กร เพื่อสนับสนุนการดำเนินธุรกิจของท่านอย่างมั่นคง ถูกต้องตามกฎหมาย และเติบโตอย่างยั่งยืน
เรามุ่งมั่นให้บริการแบบครบวงจร ครอบคลุมทั้งด้านกฎหมาย บัญชี ภาษี และการพัฒนาองค์กร เพื่อสนับสนุนการดำเนินธุรกิจของท่านอย่างมั่นคง ถูกต้องตามกฎหมาย และเติบโตอย่างยั่งยืน
วิเคราะห์ข้อกฎหมาย วางแนวทางป้องกันความเสี่ยง จัดทำเอกสารสัญญา และให้คำปรึกษาเชิงกลยุทธ์อย่างรอบด้าน
ดำเนินงานตามมาตรฐานการบัญชีและกฎหมายภาษีอากรอย่างถูกต้อง โปร่งใส และตรวจสอบได้
ออกแบบหลักสูตรเพื่อเสริมสร้างความรู้ด้านกฎหมาย การบริหาร และการปฏิบัติงานที่สอดคล้องกับกฎระเบียบ
หลักการและเหตุผล
กฎหมายคุ้มครองแรงงาน เป็นกฎหมายที่มีแนวคิดเกี่ยวกับการกำหนดมาตรฐานขั้นต่ำในเรื่องต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการจ้างงานระหว่างนายจ้าง กับ ลูกจ้าง โดยมีเจตนารมณ์ที่สำคัญคือ “ต้องการคุ้มครองลูกจ้างให้มีมาตรฐานในการจ้างงานที่เหมาะสม ที่กำหนดโดยรัฐ” เหตุผลก็มาจากแนวคิดที่ว่าอำนาจต่อรองระหว่างนายจ้างและลูกจ้างนั้นไม่เท่ากัน นายจ้างมีโอกาส มีกำลังในการสรรหาปัจจัยต่าง ๆ เพื่อสนับสนุนธุรกิจของตนเองได้ แต่ลูกจ้างนั้นไม่อาจมีเท่ากับนายจ้าง รัฐจึงจำเป็นต้องกำหนดมาตรฐานคุ้มครองลูกจ้าง โดยตราเป็นกฎหมายสังคมหรือกฎหมายที่เกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย ดังนั้นประเด็นสำคัญก็คือ นายจ้างและลูกจ้างไม่สามารถที่จะตกลงกันเพื่อยกเว้นไม่ให้มีการปฏิบัติตามกฎหมายได้ หากมีการตกลงกันแม้ว่าจะมีการลงนามทั้งสองฝ่าย ก็ไม่สามารถใช้บังคับได้ ถือเป็นโมฆะ
เพื่อให้มีความเป็นปัจจุบันต่อสถานการณ์ กฎหมายคุ้มครองแรงงานก็มีการแก้ไข เพิ่มเติมมาโดยตลอด มีวิวัฒนากรตั้งแต่ตราเป็นพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน ปี 2541 จนปัจจุบัน ซึ่งผู้ที่ปฏิบัติงานด้านทรัพยากรบุคคลควรที่จะศึกษาหาความรู้ ให้เกิดความเข้าใจ เพื่อให้สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้อย่างเหมาะสม ไม่ขัดต่อบทบัญญัติของกฎหมาย
บทบัญญัติของกฎหมายสำหรับการอบรม
เนื้อหาหลักสูตร
หลักการและเหตุผล
การเขียนใบบรรยายหน้าที่งาน (Job Description หรือ JD) คือการออกแบบหรือกำหนดหน้าที่งานเพื่อให้ตอบสนองกลยุทธ์การบริหารองค์กร ซึ่งเทคนิคการเขียน Job Description ที่ดีจะช่วยให้ผู้ที่เข้ามาดำรงตำแหน่งนั้นๆ สามารถเข้าใจหน้าที่การทำงาน งานของตนสัมพันธ์กับใครบ้าง และสอดคล้องกับเป้าหมายธุรกิจ MISSION หรือ VISION ขององค์กรอย่างไร และจะวัดผลการทำงานในตำแหน่งนี้อย่างไร สร้างความชัดเจนในการทำงาน และสอดคล้องกับระบบคุณภาพอีกด้วย
ดังนั้นเทคนิคการทำ Job Description อย่างมืออาชีพจะช่วยให้ท่านผู้บริหาร ผู้จัดการ หัวหน้างาน HR สามารถบริหารจัดการคนในองค์กร หรือหน่วยงานของท่านได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีมาตรฐานและสามารถปรับปรุง (Review) Job Description ให้เหมาะสมกับองค์กรนั้นได้
วัตถุประสงค์หลักสูตร
หัวข้อการอบรม
การติดตามประสิทธิผลของการอบรม
ผู้เข้าอบรมกลุ่มเป้าหมาย
ผู้บริหาร/ผู้จัดการ/หัวหน้างาน/HR/พนักงานที่ได้รับมอบหมาย
ระยะเวลาในการดำเนินการ
1 วัน (หลักสูตร 6 ชั่วโมง)
หลักการและเหตุผล
“คน” ถือเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่า และเป็นปัจจัยที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อความสำเร็จหรือความล้มเหลวของการบริหารองค์กร หากสถานประกอบกิจการมี “ทรัพยากรบุคคล” ที่มีความรู้ ทักษะ และความสามารถในการตอบสนองการเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ จะทำให้องค์กรเหล่านั้น เป็นองค์กรที่มีความสามารถในการแข่งขันทางธุรกิจได้อย่างยั่งยืน
การบริหารทรัพยากรบุคคลให้เกิดประสิทธิภาพนั้น ไม่ใช่เป็นหน้าที่ของฝ่ายบริหารงานบุคคลเพียงฝ่ายเดียว แต่เป็นหน้าที่ของหัวหน้างานทุกหน่วยงานในฐานะ Line Manager ซึ่งถือได้ว่าเป็นผู้จัดการทรัพยากรบุคคลตัวจริง ที่นอกจากจะต้องเป็นผู้วางแผนอัตรากำลัง การกำหนดคุณสมบัติของคน การตัดสินใจคัดเลือกคนเข้าทำงานแล้ว ยังมีหน้าที่ในการกำหนดวิธีการในการฝึกอบรมและพัฒนาคนให้มีความรู้ ความสามารถรองรับการเติบโตของธุรกิจได้ตลอดเวลา รวมถึงการบริหารความก้าวหน้าในสายอาชีพของคนในหน่วยงานให้ทำงานได้อย่างมีความสุข ความปลอดภัย และภูมิใจที่เป็นส่วนหนึ่งขององค์กร
หลักสูตร HR for non HR ออกแบบมาเพื่อให้หัวหน้างานได้เรียนรู้ถึงแนวคิดการบริหารทรัพยากรบุคคลยุคใหม่ รวมถึงบทบาทการบริหารทรัพยากรบุคคลที่ถูกต้อง ตลอดจนสามารถนำความรู้และเครื่องมือและวิธีการไปประยุกต์ใช้ในการบริหารงานในหน่วยงานให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับหน่วยงานและองค์กรโดยรวม
วัตถุประสงค์หลักสูตร
เนื้อหาหลักสูตร
หลักการและเหตุผล
วินัยขององค์กร เปรียบเสมือนมาตรฐานของคนดีที่องค์กรปรารถนาให้สมาชิกในองค์กรปฏิบัติ หรือ ละเว้นการปฏิบัติ เพื่อให้สังคมภายในองค์กรนั้นดำรงอยู่อย่างมีความสุข และมีความยุติธรรม เมื่อมีเหตุที่สมาชิกในองค์กรถูกกล่าวหาว่ากระทำผิดวินัย หรือมีพฤติการณ์ที่อาจคาดหมายได้ว่ามีสมาชิกในองค์กรกระทำผิดวินัย โดยทั่วไปแล้วหากมีกรณีที่อาจเข้าข่ายการทำผิดวินัยร้ายแรง หรือพฤติการณ์ที่ยังไม่มีความแน่ชัดว่าการกระทำดังกล่าวนั้น ผู้ใดกระทำความผิด หรือกระทำความผิดในเรื่องใด การสอบสวนหาข้อเท็จจริง เป็นกระบวนการที่สำคัญที่จะทำให้สมาชิกในองค์กรนั้น ๆ ได้รับการปฏิบัติที่เป็นธรรม องค์กรจึงควรมีกระบวนการสอบสวนทางวินัยที่ยุติธรรม รวดเร็ว ปราศจากอคติ และสามารถลงโทษผู้กระทำผิดได้อย่างเหมาะสมกับความผิดนั้น หรือไม่ให้เกิดการลงโทษผิด
เพื่อให้มั่นใจว่า องค์กรมีการปฏิบัติอย่างยุติธรรมต่อพนักงาน และมั่นใจว่า “จะไม่มีพนักงานคนใดถูกลงโทษทางวินัย โดยปราศจากการตรวจสอบหรือรับฟังพยานหลักฐานที่เหมาะสมและเป็นธรรม” จึงควรมีการกำหนดมาตรการทางวินัย ซึ่งผู้ปฏิบัติงาน ฝ่ายทรัพยากรบุคคล คณะกรรมการสอบสวนทางวินัยหรือตัวแทนขององค์กรควรมีความรู้และเทคนิคเพื่อให้สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้อย่างเหมาะสมกับองค์กร
วัตถุประสงค์หลักสูตร
เนื้อหาหลักสูตร
วิทยากร
อ.พงศ์พรรณ์ พลเยี่ยม
– ประสบการณ์การทำงานด้าน HR มาตั้งแต่ปี 2532 จนถึงปัจจุบัน มากกว่า 30 ปี
– อาจารย์พิเศษ วิชากฎหมายธุรกิจ ภาควิชาวิศวกรรมอุตสาหการ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล
– ที่ปรึกษาด้านกฎหมายแรงงาน และด้านทรัพยากรบุคคล บริษัทเอกชน
– คณะกรรมการสอบสวนทางวินัย (กรรมการอิสระ) บริษัทเอกชน
สิ่งที่จะได้รับจากการอบรม
ตัวอย่างประกาศแต่งตั้งกรรมการสอบสวนทางวินัย
ตัวอย่างการบันทึกการสอบสวน
ตัวอย่างรายงานสรุปผลการสอบสวนทางวินัย
ตัวอย่างหนังสือลงโทษทางวินัย
ตัวอย่างหนังสือเลิกจ้างกรณีทำผิดวินัยร้ายแรง
สนับสนุนการวางระบบบริหารจัดการ ปรับโครงสร้างองค์กร และเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานอย่างยั่งยืน